มาเริ่มต้นทำบัญชีเพื่อการจัดการกันเถอะ
โดย ศิริรัตน์ โชติเวชการ
ถ้าจะถามว่าทำไมเลือกเรียนบัญชีผู้เขียนคงตอบได้เพียงว่าเพราะโชคชะตาพาไปเพราะในวัยนั้น ไม่ได้เลือก
เรียนเพราะเห็นความสำคัญของงานบัญชีแต่อย่างใด ในขณะที่เรียนนั้นก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง เดบิต เครดิต
แบบงู งู ปลาปลา
เมื่อเรียนจบมาในระยะแรก ได้เข้าเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทคนไทยก็ได้รู้รสถึงความยุ่งยากของการปิด
บัญชี ห้าเล่มด้วยมือ และวิธีคิดแบบคุณละเอียดที่ต้องรอเอกสารที่เกี่ยวข้องมาลงบัญชีให้ครบทุกใบ ต้องเล่น
ไล่จับให้ เดบิตเท่ากับเครดิต อยู่ทุกเดือน จึงมักทำให้การปิดบัญชีล่าช้าไปประมาณ สองหรือสามเดือนอย่าง
สม่ำเสมอ
เจ้านายก็ไม่เคยสนใจ ขอเพียงแค่เดือนห้า สามารถปิดบัญชีของปีก่อนไปส่งสรรพากรได้ก็ถือว่ายอมรับได้
จะมาเริ่มเข้าใจว่าการทำบัญชีนั้นสำคัญไฉนก็เมื่อเข้าทำงานในบริษัทข้ามชาติ ที่เมื่อยี่สิบปีก่อนเขาก็ใช้
คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชีแล้ว
ที่นี่ ทำให้ชอบการทำบัญชีขึ้นมาอีกเล็กน้อยเพราะการทำบัญชีด้วยคอมฯ ไม่มีคำว่าเดบิต เครดิตไม่ลงตัว
แต่ความกดดันก็เริ่มเกิด เพราะในปีที่เริ่มทำงานนั้น ที่นี่จะมีตารางเวลากำหนดไว้เลยว่าต้องปิดบัญชีภายใน
วันที่ 15 ของเดือนถัดไปเพราะต้องส่งรายงานข้ามประเทศไปยังบริษัทแม่ให้ทันในวันนั้น
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นและมีส่วนร่วมกับการปิดให้ทันกำหนดแบบสว่างคาตา ที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้วิธีคิดใน
การปิดบัญชีที่ต่างไปจากแนวทางแบบไทยไทย
นั่นก็คือเจ้านายจะสอนว่าในการปิดบัญชีถ้าได้ตัวเลขที่ถูกต้องเพียง แปดสิบเปอร์เซ็นต์แต่ปิดได้ทันเวลา
ยังดีกว่าได้ข้อมูลที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ในอีก สองสามเดือนถัดไปซึ่งไม่สามารถใช้ในการตัดสินใจได้แล้ว
ดังนั้นหากข้อมูลใดยังไม่ได้มาก็จะใช้วิธีตั้งค้างรับค้างจ่ายเอาไว้ก่อน
อีกอย่างหนึ่งที่ต่างกันคือในระบบสากลเขาจะไม่อนุญาตให้กลับไปแก้ตัวเลขเดือนที่ผ่านไปแล้วถ้าพบที่ผิด
ของเดือนเก่าก็ให้นำมาปรับปรุงในเดือนปัจจุบัน
ในระยะเวลาสิบปีในการทำงานที่นั่น สิ่งที่เห็นก็คือเขาจะเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบบัญชี เพื่อลด
งานซ้ำซ้อน ลดการผิดพลาดเพื่อให้ปิดบัญชีได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ในปีสุดท้ายก่อนอำลาจากที่นั่นผู้เขียนจำได้ว่าใช้เวลาปิดบัญชีเพียงห้าวันทำการนับจากสิ้นเดือนก่อน
ในทุกต้นเดือนจะมีการประชุมอย่างจริงจังของผู้จัดการแต่ละแผนกโดยนำข้อมูลจากรายงานมาถกกันเพื่อ
กำหนดแผนงานในอนาคต
สิ่งที่ผู้เขียนเห็นคือบริษัทฯ นี้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะเขาให้ความสำคัญกับบัญชีเพื่อการจัดการ
ผู้เขียนแอบคิดเสมอว่าถ้าบริษัทไทย ไทย ของเรา
สามารถมีระบบบัญชีที่ทันสมัยแบบเขาและมีตัวเลขผลการดำเนินงานที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ใช้ใน
การตัดสินใจเราก็เติบโตแบบก้าวกระโดดได้เหมือนกัน
บริษัทข้ามชาติจะเน้นการทำบัญชีชุดเดียวแต่ก็ไม่เสียภาษีมากเกินไปเพราะเขาจะให้ความสำคัญในการ
วางแผนภาษีซึ่งทำให้มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องแต่ประหยัด
ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เพียงเพื่อจะบอกและชักชวนท่านว่า
มาเริ่มต้นทำบัญชีเพื่อการจัดการกันเถอะ
ที่มา......หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|