โอนข้อมูลบัญชีในระบบเก่ามาใช้ในโปรแกรมบัญชีตัวใหม่
โดย ศิริรัตน์โชติเวชการ
ปัญหาหนึ่งของการวางระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ก็คือจะโอนข้อมูลเก่ามาใช้อย่างไรในโปรแกรมบัญชีตัวใหม่
ก่อนอื่นเราต้องแยกแยะข้อมูลเก่าออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกเราจะเรียกว่าข้อมูลหลักและประเภท
ที่สองเรียกว่าข้อมูลย่อย
ข้อมูลหลัก
ได้แก่ ผังบัญชี รายชื่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายชื่อวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ฯลฯ ซึ่งเราจะต้องจัดการกับข้อมูล
หลักเสียก่อน
ผังบัญชี การกำหนดผังบัญชีดูเหมือนจะง่าย แต่ถ้าจะให้การวางระบบบัญชีคอมฯมีประสิทธิภาพจริงๆ ผังบัญชี
จะกำหนดได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารฯ สามารถกำหนดนโยบายเกี่ยวกับรายงานที่ต้องการใช้ ว่าต้องการจัดหมวด
หมู่ของรายได้ รายจ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน อย่างไร ต้องการรายงานแยกแผนกหรือไม่
เมื่อทราบนโยบายแล้วจึงนำมาออกแบบผังบัญชีจัดหมวดหมู่ให้สอดคล้องกับความต้องการและกำหนดรหัส
ตามหมวดหมู่ที่ได้จัดไว้แล้วเริ่มต้นบันทึกเข้าไปในโปรแกรม
รายชื่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายชื่อวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ฯลฯ ให้จัดหมวดหมู่ตามความต้องการและกำหนด
รหัสแล้วจึงเริ่มต้นบันทึกเข้าไปในโปรแกรม
ในกรณีที่เคยทำบัญชีด้วยคอมฯ และมีโครงสร้างและรหัสที่พอใจอยู่แล้วก็อาจปรึกษากับผู้ขายโปรแกรม
ถึงวิธีการโอนข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องบันทึกเข้าไปใหม่
สำหรับการกำหนดรหัสทางบัญชีนั้นโดยปกติตามทฤษฎีนั้นจะต้องให้มีจำนวนหลักน้อยที่สุดเพื่อให้ง่าย
ต่อการจดจำและใช้งานและตามมาตรฐานสากลแล้วจะไม่ควรกำหนดรหัสเกินเจ็ดหลัก
ข้อมูลย่อย
ได้แก่ รายการทางบัญชีต่าง ในการซื้อ ขาย รับ จ่าย ที่มีการบันทึกเข้าไปในระบบบัญชี
ซึ่งมักจะมีจำนวนมากกว่าข้อมูลย่อยอยู่หลายเท่าทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ขนาดของกิจการ
โดยปกติเราจะไม่โอนข้อมูลย่อยทางบัญชีในระบบเก่าเข้าไปในระบบใหม่
เพราะมักจะมีปัญหาทางด้านเทคนิคเนื่องจากข้อมูลมีเป็นจำนวนมากแต่จะใช้การตัดตอน ณ.จุดใดจุดหนึ่ง
เช่นตัดตอนเมื่อสิ้นรอบบัญชี แล้วโอนเฉพาะยอดคงเหลือ ณ.
จุดนั้นของแต่ละบัญชีในบัญชีแยกประเภทไปยังโปรแกรมบัญชีตัวใหม่ผ่านการบันทึกสมุดรายวัน
ยกเว้นข้อมูลยอดคงเหลือของลูกหนี้ เจ้าหนี้ วัตถุดิบและสินค้า ที่ในระบบใหม่ต้องแจกแจงรายละเอียด เช่น
ยอดลูกหนี้ เจ้าหนี้ที่ยกไปในระบบใหม่จะต้องมีการหาราย
ละเอียดว่ายอดคงเหลือนั้นประกอบด้วยอินวอยซ์ใบใดบ้างแล้วบันทึกเข้าไปเป็นรายอินวอยซ์เพราะการทำ
บัญชีคอมพิวเตอร์
ถ้ากำหนดรหัสให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้แต่ละรายแล้วนำไปใช้ตอนบันทึก การซื้อ ขาย รับ
จ่ายโปรแกรมจะแสดงผลออกมาเป็นรายละเอียดลูกหนี้เจ้าหนี้รายตัวได้โดยอัตโนมัติซึ่งทำให้สะดวกแก่
การวิเคราะห์และนำไปใช้ประโยชน์
ที่กล่าวมาเป็นวิธีการภายใต้สมมุติฐานว่ามีการทำบัญชีมาชุดเดียว แต่ถ้าเป็นกรณีเดิมมีบัญชี 2 ชุด คือชุด
ภายใน-ชุดสรรพากรซึ่งไม่เคยตรงกันเลยจะทำอย่างไรดี
ข้อแนะนำก็คือเราตกลงกันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าบัญชีเพื่อการจัดการต้องมีชุดเดียว
ดังนั้นจะต้องทำใจและตัดสินใจว่าข้อมูลเก่าที่ท่านจะยกมาใช้จะต้องอิงกับตัวเลขที่เคยได้แจ้งไว้แก่สรรพากร
และกระทรวงพาณิชย์ ถึงแม้จะมีความแตกต่างกับความเป็นจริงอยู่ก็ตาม
มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถก้าวสู่ระบบบัญชีที่โปร่งใสได้ กรณีที่ตัวเลขต่างกันมากก็ต้องค่อยๆปรับให้เข้าสู่
ระบบซึ่งต้องใช้เวลา ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1ปีจึงจะเรียบร้อย
ส่วนกรณีที่เราเริ่มใช้โปรแกรมใหม่กับกิจการที่เพิ่งเปิดใหม่จะง่ายมากเพราะไม่ต้องมีข้อมูลเก่าให้เป็นกังวล
แต่ขอแนะนำว่าถ้าในระยะแรกเริ่ม
ท่านสามารถหานักบัญชีที่มีประสบการณ์มาช่วยในการวางระบบฯที่กล่าวมาข้างต้นช่วยประหยัดเวลา
และมีประสิทธิผลที่ดีกว่า
ที่มา.....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|