ทุนชำระแล้ว (ภาคบังคับ)
บริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จะต้องแสดง
เอกสาร หรือหลักฐานเพื่อแสดงต่อกรมทะเบียนการค้าว่า ได้มีการเรียกชำระจริง และเรียกชำระ
เป็นจำนวนเงินเท่าไร
สืบเนื่องจากเรื่องทุนจดทะเบียน และทุนชำระแล้ว สำหรับบริษัทที่ตั้งใหม่
ที่ผมเคยเขียนลงไว้ในคราวก่อน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลแก่กรมทะเบียน
การค้า ในขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท ว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียนเท่าไร และเรียกชำระค่าหุ้นไว้
้เท่าไร ผมยกตัวอย่างเช่น ระบุว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท (โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญ
จำนวน 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) ในขณะที่เงินทุนที่มีการชำระเข้าบัญชีบริษัทจริง
เข้าเพียง 250,000 บาท (หรือ 2.5 บาท ต่อหุ้น)ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามที่ได้เคยเล่าให้ฟัง
ไปแล้วนั้น บัดนี้ ได้มีความคืบหน้าบางประการเกิดขึ้น กล่าวคือ บริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้ง
ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จะต้องแสดงเอกสาร หรือหลักฐานเพื่อแสดง
ต่อกรมทะเบียนการค้าว่า ได้มีการเรียกชำระจริง และเรียกชำระเป็นจำนวนเงินเท่าไร ภายหลัง
จากที่จดทะเบียนบริษัทไปแล้ว โดยขั้นตอนการปฏิบัติจริงนั้น บริษัทต้องให้ธนาคารพาณิชย์
ออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว และบริษัทต้องนำหนังสือ
รับรองนั้นแสดงต่อกรมทะเบียนการค้า
จากกฎเกณฑ์ที่ว่านี้ทำให้ตัดปัญหาการพิสูจน์เรื่องทุนจดทะเบียนที่เคยเป็นปัญหาหนักอก
หนักใจแก่ผู้สอบบัญชี ที่ต้องให้ความเห็นรับรองงบการเงินสำหรับบริษัทที่ไม่ยอมดำเนินการ
ให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นจริง และชำระด้วยจำนวนเงินตรงตามที่ได้แจ้งไว้แก่นายทะเบียน
อันที่จริงกฎเกณฑ์ทำนองนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตนั้น กรมทะเบียนการค้าก็บังคับให้
บริษัทต้องแสดงเอกสารในลักษณะนี้มาก่อน ต่อมาเมื่อมีบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งเพิ่มจำนวน
ขึ้น การมีขั้นตอนนี้อาจทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการทำงานและเป็นภาระต่อบริษัทเอง กรม
ทะเบียนการค้า ก็เลยยกเลิกขั้นตอนนี้ออกไป โดยเชื่อว่าบริษัทจะบันทึกบัญชีตามเอกสาร
หลักฐานทางบัญชีอย่างถูกต้อง แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า บริษัทจำนวนมากละเลยที่จะ
ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทุนชำระแล้วให้ถูกต้อง ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นรายการที่มีสาระสำคัญ
อย่างมาก
ผลของการนำระเบียบกฎเกณฑ์นี้มาบังคับใช้ใหม่
น่าจะทำให้บริษัทดำเนินการอย่างถูกต้องไปโดยปริยาย และคงจะทำให้บริษัทเพิ่มความระมัด
ระวังในเรื่องเกี่ยวกับการแสดงจำนวนเงินทุนของบริษัทมากยิ่งขึ้น (เพราะต้องหาเงินมาชำระ
ค่าหุ้นของบริษัทที่เราจัดตั้งจริงๆ) และเท่ากับเป็นการตอกย้ำให้ผู้ประกอบการตระหนักว่า
เรื่องของทุนชำระแล้วไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่เราจะละเลยไม่ดำเนินการที่จะนำเงินทุนเข้าบริษัทจริง
นอกจากนี้ผมอยากจะเน้นย้ำว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติต่อเรื่องนี้อย่างถูกต้อง
คงไม่ใช่เพียงเพื่อแสดงต่อกรมทะเบียนการค้าเท่านั้น แต่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัท
เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ควรจะมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการดำเนินงานของ
บริษัทในช่วงเริ่มต้นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การคำนึงถึงขนาดของทุนที่จะจดทะเบียน
ที่สอดคล้องกับเงินลงทุนที่เรามีความสามารถจะลงได้จริงนั้น จะทำให้ผู้ประกอบการหยุด
คิดก่อนจะเริ่มดำเนินการในโครงการใดๆก็ตาม ว่า แท้ที่จริงแล้ว เรามีเงินลงทุนขนาดเท่าไร
เหมาะสมกับขนาดของกิจกรรม และทรัพยากรที่เราจะต้องจัดหาเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมาย
ทางธุรกิจของเรามากน้อยแค่ไหน
ที่มา.......วิโรจน์ .เฉลิมวัฒนา

|